เกี่ยวกับ Thai PBO

thaipbo

 

tpbo

 

————————————————————————————————————————————————-

สำนักงบประมาณประจำรัฐสภา

(Thai Parliamentary Budget Office/Thai PBO)

 1.   ที่มาและเหตุผลในการจัดตั้ง

หลักการสำคัญประการหนึ่งในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ต้องมีที่มาจากประชาชน และการใช้อำนาจต้องคำนึงถึงการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกัน หลักการดังกล่าวได้สะท้อนออกมาในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยหมวดการเงิน การคลัง และงบประมาณ ซึ่งได้กำหนดให้สมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่ตรวจสอบ กลั่นกรองการจัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมามีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งหนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญ คือ สมาชิกรัฐสภาไม่มีหน่วยงานสนับสนุนด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ทางการคลัง อีกทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลงบประมาณที่จำเป็นได้ทันท่วงที ขณะที่ฝ่ายบริหารมีหน่วยงานที่สนับสนุนด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ทางการคลังหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง จึงส่งผลให้การดำเนินงานของสมาชิกรัฐสภาในด้านการตรวจสอบกลั่นกรองการจัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณ ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น

การจัดตั้งหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณที่เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญ และได้มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณของรัฐสภาที่ถือเป็นต้นแบบและได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ คือ สำนักงบประมาณประจำรัฐสภาของประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อว่า “Congressional Budget Office (CBO)” ทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์ด้านงบประมาณและการคลังต่อสมาชิกรัฐสภาและสาธารณชนเพื่อเป็นข้อมูลประการการตรวจสอบ กลั่นกรองการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร

รัฐสภาไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวมาช้านาน ปัจจุบันสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดตั้ง “สำนักงบประมาณของรัฐสภา” ซึ่งมีสถานภาพเป็นกลุ่มงาน ขึ้นตรงต่อเลขาธิการสภาผู้แhomework helpทนราษฎร มีรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นหัวหน้ากลุ่มงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่คล้าย CBO ของสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสำนักงบประมาณของรัฐสภาของประเทศไทยยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้น อยู่ระหว่างการสรรหาบุคลากรที่จะมาปฏิบัติงานและยังไม่ได้เริ่มทำหน้าที่ด้านวิเคราะห์งบประมาณและการคลังอย่างจริงจัง

สถาบันพระปกเกล้า (KPI) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการชื่อ “โครงการส่งเสริมการจัดตั้งหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณแผ่นดินประจำรัฐสภา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาคู่ขนานกับการจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภาให้บรรลุผล และสร้างองค์ความรู้และรายงานการวิเคราะห์งบประมาณและการคลัง ที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและไม่เลือกข้าง (nonpartisan) มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการ รวมทั้งเผยแพร่ผลงานในวงกว้าง โดยให้บริการทั้งสมาชิกรัฐสภาและประชาชนทั่วไป ปัจจุบันได้จัดตั้งทีมงานภายใต้โครงการนี้ซึ่งเรียกตัวเองอย่างไม่เป็นทางการว่า Thai Parliamentary Budget Office หรือ Thai PBO

2. แนวทางการดำเนินงาน

แนวทางการจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาให้เป็นหน่วยงานอิสระและได้รับความเชื่อถือจากสังคม Thai PBO มีแนวทางการดำเนินงานดังต่อไปนี้

2.1 สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการวิเคราะห์งบประมาณและการคลัง

การวิเคราะห์งบประมาณและการคลังเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องอาศัยความรู้ทั้งด้านทฤษฎี หลักปฏิบัติสากล และการประยุกต์ใช้กับกรณีประเทศไทย เนื้อหาของรายงานการวิเคราะห์จะต้องครอบคลุมถึงความยั่งยืนทางการคลัง ความเสี่ยงทางการคลัง ประสิทธิภาพการใช้จ่าย ความเหมาะสมของโครงสร้างภาษีและรายได้อื่น ประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เป็นต้น ซึ่งการสร้างความเป็นเลิศและการยอมรับทางวิชาการจากสังคม Thai PBO มีแนวทางการดำเนินงานสองขั้นตอน โดยขั้นตอนแรก คือ การสร้างองค์ความรู้ภายในคณะนักวิจัยของโครงการ และจัดทำคู่มือการวิเคราะห์งบประมาณและการคลัง ขั้นตอนที่สอง คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้และคู่มือการวิเคราะห์ให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาหรือสมาชิกวุฒิสภาให้สามารถนำไปปรับปรุงประยุกต์ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง

2.2 การจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา

การจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาจะมีกระบวนการสองขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการตั้งหน่วยงานชั่วคราวภายในสถาบันพระปกเกล้า หน่วยงานนี้จะทำหน้าที่ผลิตบุคลากรที่จะปฏิบัติภารกิจของสำนักงบประมาณประจำรัฐสภา และฝึกอบรมด้านการวิเคราะห์งบประมาณและการคลังให้กับสมาชิกรัฐสภาหรือผู้ช่วยฯ ในขั้นตอนที่สองจะเสนอกฎหมายเพื่อรองรับการจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาขึ้น เพื่อให้สำนักงบประมาณประจำรัฐสภามีความยั่งยืนและมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร

2.3 การสร้างความเข้าใจและการยอมรับของสาธารณะ

การจัดตั้งสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาให้ประสบความสำเร็จ สังคมจะต้องมีความเข้าใจและยอมรับรวมทั้งเห็นความสำคัญของบทบาทของสำนักฯอย่างแท้จริง ซึ่งการสร้างการยอมรับขึ้นอยู่กับคุณภาพของรายงานการศึกษา การวิเคราะห์ที่มีความโปร่งใส เป็นกลาง และเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกรัฐสภาและประชาชน ซึ่งช่องทางการสร้างการยอมรับจะประกอบไปด้วย

  • ทำงานร่วมกับสมาชิกรัฐสภา ทั้งในระดับบุคคล ระดับกรรมาธิการ หรือระดับพรรคการเมือง เพื่อให้บุคคลเหล่านี้เห็นประโยชน์และความสำคัญของสำนักฯ
  • จัดสัมมนาด้านการงบประมาณและการคลังอย่างต่อเนื่อง
  • นำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์ทางการคลังต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนในช่องทางต่างๆ เช่นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และเผยแพร่ในเว็บไซต์ ของ Thai PBO เป็นต้น
  • บรรยายและฝึกอบรมองค์ความรู้การวิเคราะห์งบประมาณและการคลังต่อบุคคลหลายภาคส่วน เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการและสื่อมวลชน

3. รายงานและบทการวิเคราะห์

สำนักงบประมาณประจำรัฐสภามีหน้าที่หลักในการนำเสนอข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์งบประมาณ และการคลังของภาครัฐ และยังรวมถึงการพยากรณ์สภาวะเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งข้อมูลและรายงานการวิเคราะห์จะมีความโปร่งใสและยึดหลักวิชาการที่ถูกต้อง รายงานการวิเคราะห์ที่สำคัญของ Thai PBO จะประกอบไปด้วย

         รายงานวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี

นำเสนอบทวิเคราะห์ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี และผลประมาณการงบประมาณรายจ่ายและรายได้ภายใต้สมมุติฐานของ Thai PBO และสมมติฐานของฝ่ายบริหาร โดยรายงานจะแสดงผลประมาณการเปรียบเทียบพร้อมบทวิเคราะห์และเสนอต่อสมาชิกรัฐสภา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการให้ความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีและพร้อมกับนำเสนอต่อสาธารณชนที่สนใจ

เนื้อหาของรายงานจะประกอบด้วย บทวิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายและรายได้ประจำปี บทวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังที่สำคัญที่ส่งผลต่องบประมาณรายจ่ายหรือรายได้ เช่น ผลกระทบของการปรับลดโครงสร้างอัตราภาษีเงินนิติบุคคลและอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผลกระทบจากการดำเนินนโยบายรถยนต์ใหม่คันแรกต่องบประมาณรายจ่ายและรายได้ เป็นต้น ส่วนสุดท้ายแสดงผลประมาณการดุลงบประมาณประจำปี

ช่วงเวลาเผยแพร่: รายงานจะนำเสนอประมาณเดือนสิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงก่อนการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี

        รายงานวิเคราะห์การคลังระยะปานกลาง

นำเสนอผลประมาณการฐานะทางการคลังภายในกรอบระยะเวลา 10 ปีข้างหน้าเนื้อหารายงานจะประกอบไปด้วยภาระงบประมาณรายจ่ายทั้งในงบประมาณและนอกงบประมาณ แนวโน้มงบประมาณรายได้ ดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะในอนาคตรวมถึงความเสี่ยงและภาระงบประมาณของรัฐบาลที่จะต้องจัดสรรเข้ากองทุนนอกงบประมาณ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรมทางการคลังและกึ่งการคลัง เป็นต้น นอกจากนี้ รายงานยังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของผลกระทบการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจมหภาคในระยะปานกลางต่องบประมาณรายจ่าย รายได้ ดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะ

ช่วงเวลาเผยแพร่: รายงานจะนำเสนอประมาณเดือนมีนาคมของทุกปี

        รายงานวิเคราะห์การคลังระยะยาว

นำเสนอผลประมาณการฐานะการคลังในกรอบระยะเวลา 25 ปีข้างหน้า รายงานจะแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงในอนาคตที่คาดว่าจะส่งผลต่องบประมาณรายจ่าย รายได้ ดุลงบประมาณ และหนี้สาธารณะ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจมหภาค เช่น ผลกระทบจากการเปลี่ยนจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรต่องบประมาณรายจ่าย รายได้ในอนาคต และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือภาระผูกพันงบประมาณรายจ่ายสวัสดิการสังคมของรัฐ เช่น สวัสดิการหลักประสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เงินอุดหนุนผู้ประกันตนประกันสังคม เงินเบี้ยหวัด เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เงินอุดหนุนและชดเชยของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นต้น

ช่วงเวลาเผยแพร่: รายงานจะนำเสนอประมาณเดือนมิถุนายนของทุก 3 ปี

        รายงานการวิเคราะห์งบประมาณรายไตรมาส

นำเสนอบทวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลประมาณการกับงบประมาณที่เกิดขึ้นจริงในรอบไตรมาสที่ผ่านมา วิเคราะห์ผลการเบิกจ่ายและการจัดเก็บรายได้ และนำเสนอเสนอปัจจัยสำเร็จ หรือ อุปสรรคที่ทำให้ผลการเบิกจ่ายและจัดเก็บเป็นไปตามหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้รายงานนี้จะทำให้สมาชิกรัฐสภาและสาธารณชนทราบถึงสถานะทางการคลังในระยะสั้น

ช่วงเวลาที่เผยแพร่: รายงานจะนำเสนอเป็นประจำทุกต้นเดือนแรกของแต่ละไตรมาส

         รายงานวิเคราะห์งบประมาณนโยบายภาครัฐ

นำเสนอบทวิเคราะห์และผลประมาณการงบประมาณรายจ่ายหรือรายได้ของนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งรายงานจะนำเสนอเพียงแค่ภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น จะไม่มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลควรดำเนินนโยบายต่อหรือควรหยุดดำเนินนโยบาย

ช่วงเวลาที่เผยแพร่: รายงานจะนำเสนอทุกๆ 4 ปี หรือเมื่อมีรัฐบาลใหม่

          รายงานวิเคราะห์ต้นทุนของนโยบายภาครัฐ

นำเสนอบทวิเคราะห์และผลประมาณการต้นทุนทางการคลัง หรือภาระทางการคลังจากการดำเนินกิจกรรมทางการคลังและกึ่งการคลังที่สำคัญในแต่ละรอบปีงบประมาณ เช่น ต้นทุนของนโยบายจำนำผลผลิตทางการเกษตร ต้นทุนของนโยบายรถยนต์ใหม่คันแรก ซึ่งรายงานจะนำเสนอถึงภาระงบประมาณที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น จะไม่มีข้อเสนอแนะ

ช่วงเวลาที่เผยแพร่: นำเสนอทุกๆ 4 ปี หรือเมื่อมีนโยบายใหม่ๆ

         รายงานประมาณการงบประมาณภาครัฐและสภาวะเศรษฐกิจ

นำเสนอผลประมาณการงบประมาณรายจ่าย รายได้ของภาครัฐและสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า รายงานจะประกอบไปด้วยผลประมาณการภายใต้สถานการณ์ปกติและสถานการณ์ทางเลือก (ที่หลากหลาย) และรายงานยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของงบประมาณจ่าย รายได้ และเศรษฐกิจมหภาคจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือมาตราทางการการคลังใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้รายงานจะนำเสนอเปรียบเทียบผลประมาณการในอดีตที่ผ่านมา และเปรียบเทียบกับผลประมาณการของหน่วยงานวิชาการของสถาบันวิชาอื่นๆ เพื่อแสดงความโปร่งใสและถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งยังอธิบายถึงสาเหตุของความแตกต่างของการประมาณการดังกล่าว

ช่วงเวลาเผยแพร่: รายงานจะนำประมาณเดือนมกราคมของทุกปี

         แบบจำลองและข้อมูล

รายละเอียดของแบบจำลองและข้อมูลที่ใช้ในการศึกษารวมถึงผลประมาณการของแต่ละงานศึกษาจะนำเผยแพร่ทาง website ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพื่อสร้างความโปร่งใส ความเป็นกลาง ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบของงานศึกษา

ช่วงเวลาเผยแพร่: รายงานและข้อมูลจะนำเสนอตลอดทั้งปีหรือทุกๆ ครั้งที่นำเสนอรายงานการศึกษาต่างๆ

4.คณะผู้ดำเนินการ

โครงการส่งเสริมการจัดตั้งหน่วยงานวิเคราะห์งบประมาณแผ่นดินประจำรัฐสภา(Thai PBO) ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ดังปรากฏรายชื่อในคณะกรรมการอำนวยการโครงการ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ คณะทำงานด้านวิชาการ ดังต่อไปนี้

คณะกรรมการอำนวยการโครงการ

1. ประธานวุฒิสภา

2. ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร

3. ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณวุฒิสภา

4. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณหรือผู้แทน

5. อธิบดีกรมบัญชีกลางหรือผู้แทน

6. ผู้อำนวยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือผู้แทน

7. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้แทน

8. เลขาธิการวุฒิสภาหรือผู้แทน

9. ศาสตราจารย์ ดร.สมชัย ฤชุพันธ์

10. ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์              สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

11. ดร.คณิต แสงสุพรรณ                                 มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง

12. ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม

13. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย                   สถาบันพระปกเกล้า

14. ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์                           มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

15. ดร.สมชัย จิตสุชน                                      มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

16. ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภาสถาบันพระปกเกล้า

17. นายณวัฒน์ ศรีปัดถา                                   สถาบันพระปกเกล้า

คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ (Technical Advisory Board)

  1. ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์                   สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  2. ดร.คณิต แสงสุพรรณ                    มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
  3. ดร.ปรเมธี วิมลศิริ                         สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  4. ดร.ปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล             สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  5. ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต                       สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
  6. ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา                 วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. ผศ.ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ        คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  8. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ           สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
  9. ส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจ             สำนักงานเศรษฐกิจการคลังมหภาค
  10. ส่วนแบบจำลองและประมาณการ     สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเศรษฐกิจการคลัง
  11. ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ             . . บริษัท มาร์เก็ต เมทริกซ์ เอเชีย จำกัด

คณะทำงานด้านวิชาการ

  1. ดร.สมชัย จิตสุชน                                  Project facilitator
  2. รศ.ดร. ศาสตรา สุดสวาสดิ์                     Executive researcher
  3. ดร.ภาวิน ศิริประภานุกูล                          Executive researcher
  4. คุณณวัฒน์ ศรีปัดถา                               สถาบันพระปกเกล้า
  5. คุณวริศรา อัมพรศิริธรรม                         สถาบันพระปกเกล้า
  6. คุณกนิษฐ์ ศรีสุวรรณ                              สถาบันพระปกเกล้า
  7. คุณสยาม สระแก้ว                                 Thai PBO staff
  8. คุณพัชรี แย้มโกสุม                                Thai PBO staff
  9. คุณพัชรี บำรุงธรรม                                Thai PBO Liaison